Travel

PHUKET กินเจ เฮฮา : part 02

posted on 08 Oct 2008 14:29 by nair  in Travel

ต่อจากภาคแรก : PHUKET กินเจ เฮฮา : part 01

THIRD DAY

เนื่องด้วยเมื่อคืนนั่งก๊งจนดึก กว่าจะตื่นกันก็ซัดเข้าไปเที่ยงซะแล้ว
พออาบน้ำแต่งตัวกันเสร็จเรียบร้อยพี่อู๋ก็ขับรถข้ามเขาไปฟากตะวันตก
ต้องเรียกวันนี้ว่า วันตะลุยหาด ลุยมันทั้งแถบเลย เริ่มด้วยหาดกะตะก่อน

หาดกะตะคนจะไม่เยอะเท่าหาดป่าตอง จะเห็นชาวบ้านพาลูกๆ มาเล่นที่หาดนี้เยอะหน่อย
แล้วก็เป็นหาดที่มีคลื่นด้วย คนชอบมาเล่นเซิร์ฟกัน

พี่อู๋นักเซิร์ฟ! ส่วนอีนกนี่เซิร์ฟเก่งมาก ตัวแห้งเชียว (กร๊าก)
ปกตินึกว่ามีแต่หาดของฝรั่งที่เล่นเซิร์ฟกัน เห็นเค้าเล่นๆกันเหมือนง่าย
แต่จริงๆแค่ทรงตัวบนกระดานก็ยากแล้ว ดีไม่ดีจะโดนคลื่นซัดไปกลิ้งโคโร่เอา
(พูดเหมือนได้เล่น แต่จริงๆฟังพี่เค้าว่ามา กร๊าก)

หลังจากสองรูปนี้กล้องเราก็มีอันเป็นไป เพราะตอนเดินเล่นอยู่ดันเดินตกหลุมทราย โครม จอดับไปเลย
ไหนว่ากันน้ำไงฟะ ไอ้คุณกล้อง TwT!!!!!!! (เพิ่งเห็นในรูปว่าเค้าขี่คอกันอยู่นี่หว่า กร๊าก ตอนแรกนึกว่าคนเดียว)


ยืมกล้องนกมาถ่าย ตะวันตกดิน ภูเก็ตนี่ฟ้าสวย แถมอากาศดีอีกต่างหาก

หลังจากหาดกะตะก็ย้อนกลับไปที่หาดราไวย์
ไปกินอาหารทะเลแบบปูเสื่อข้างทะเล (เสียดายไม่ได้ถ่ายมา มีแต่เจ้าเทียนบนโต๊ะเนี่ยะ)
เพิ่งเคยกินหอยนางรมสด แบบตัวโต้โต ใส่เครื่องกับน้ำจิ้มเยอะๆ อร่อยยย (อีนี่เจแตกกระจาย)


ยังไม่พอไปกินพิซซ่าเตาถ่านที่อยู่ใกล้ๆต่อ ชื่อร้านPIZZERIA เจ้าของเป็นฝรั่ง เค้าว่ากันว่าอร่อยที่สุดในภูเก็ต
แล้วก็อร่อยจริงๆ หอมมากๆ แล้วก็สามารถสั่งหน้าเองได้ด้วยนะว่าเอาอะไรบ้าง ถาดนึงตกประมาณ200 ไม่แพงๆ

พออิ่มอืดกันแล้วก็ขับรถผ่านหาดกระรนลงมาที่ป่าตอง แบบว่า... นี่ยังอยู่ประเทศไทยเรอะ!!!
เพราะไม่มีคนไทยเลย นอกจากพ่อค้าแม่ค้า เดินไปนี่มีทั้งเฮลโล่ โอไฮโยะ อันยอง หนีห่าว ยกเว้นสวัสดี ก๊าก

พอโดนสึนามิร้านรวงเลยต้องสร้างใหม่แล้วก็มีแต่สวยๆทั้งนั้น (มิน่ามีออฟฟิศสถาปนิกเปิดที่นี่เยอะ มีงานให้สร้างตลอด)
เสียดายที่ถ่ายมามันกลางคืนแล้วเลยเบลอๆ รูปซ้ายนี่เป็นร้านตรงถนนเลียบชายหาด แขวนโคมไฟน่ารักดี
ให้อารมณ์เมืองเอลฟ์ในLOTRยังไงไม่รู้ ฮ่าๆ ส่วนด้านขวาคือห้างจังซีลอน เค้าบอกที่นี่คือพารากอนภูเก็ตดีๆนี่เอง

(นอกเรื่อง คำว่า จังซีลอน นี่เป็นชื่อของเกาะภูเก็ตในสมัยอยุธยา รู้สึกว่าชาวเดินเรือต่างชาติเป็นคนค้นพบเกาะนี้
เลยตั้งชื่อให้ แล้วก็ใช้เป็นชื่อในแผนที่เดินเรือในสมัยนั้น)

 

เดินต่อไปที่ซอยบางลาแบบว่า... นี่มันSUPERข้าวสาร แบบว่าผับ ดิสโก้ ตึ๊งตึ่งมากๆ คนเยอะสุดๆ
แล้วก็เช่นเคย คนไทย... ไม่รู้ไปไหนหมด สนุกดี แต่ของแพงมากๆตามสไตล์แหล่งท่องเที่ยว
เห็นรูปนี้แล้วลองเอามาเทียบกับงานกินเจของวันแรกดู แล้วนี่มันคนละประเทศจริงๆ
.

 

.
.
.
.
LAST DAY
วันสุดท้าย วันนี้ในเมืองมีพิธีแห่พระใหญ่รอบเมือง
เค้าจะแห่จากศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยไปที่สะพานหินแล้วค่อยกลับมา
ไอ้พวกเราก็ดันตื่นสายไปถึงเจอขากลับเข้าศาล ตอนแรกนึกว่าจะไม่มีอะไรแล้ว
แต่มาเจอขบวนใหญ่ที่มาปิดท้ายพอดี จริงๆแล้วในบรรดาที่ไปเที่ยวมาทั้งหมด
ชอบวันนี้ที่สุดแล้ว ไม่เคยเจอแบบนี้จริงๆ คือนอกจากเค้าจะมีการเสียบปากเสียบลิ้นกันแล้ว
.เวลาเค้าแห่เทพเจ้ากัน ชาวบ้านก็จะโยนประทัดใส่ (แบบประทัดหน้าตาโหดมาก)
เพื่อที่จะปลุกเทพเจ้าให้ตื่น แบบว่าเหมือนอยู่ในสนามรบอัฟกานิสถานเลยดีเดียว
ตู้ม ต้าม โครม บึ้ม ตลอด
(รูปแถวนี้นกเป็นคนถ่ายแล้วเรามาปรับน่อ เพราะตอนนั้นมัวแต่วิ่งหลบประทัดอยู่ กร๊าก)
.
.
นี่เป็นคนทรงของศาลเจ้า ที่เห็นนี่ยังไม่น่ากลัวมาก
ที่ไม่ค่อยได้ถ่ายมาเพราะกลัว แบบบางคนน่ากลัวมาก เดินๆไปเลือดไหลเต็มเสื้อ
เท่าที่เห็นจะมีเสียบมาตรฐานคือ อมแล้วเสียบทะลุแก้มข้างนึง ส่วนคนที่เก๋าๆหน่อย
อย่างพี่ในรูปนี่เค้าเสียบทะลุสองฝาก บางคนก็เสียบแบบสามมิติ ซ้ายขวาหน้าหลัง
พิศดารกว่านั้น มีเสียบลิ้นจากล่างขึ้นบน แบบว่าเรานั่งกินข้าวอยู่ถึงกะอิ่มเลย กร๊าก
.
นอกจากนี้ยังมีทั้งผู้หญิง หรือเด็กแบบยังขี่คอพ่อได้อยู่เลย ก็เสียบปากเหมือนกัน
ส่วนร่างทรงผู้หญิงส่วนมากก็จะเป็นเหมือนเจ้าแม่กวนอิม หรือนาจานั่งอยู่บนรถแห่ตามมา
อ้อ มีอีกอย่างที่ต้องปิดท้ายขบวน........ คือรถพยาบาล กร๊ากกกกก
แบบว่าเห็นขับตามต้อยๆมาเลยทีเดียว ใครเดี้ยงก็เก็บไปได้เลย แอบฮา

.
.
อันนี้เป็นขบวนแห่ที่จะต้องโยนประทัดใส่ ที่พื้นมีประทัดเกลื่อนเลย
คนแห่นี่ถ้าไม่เอาผ้ามาห่อคงไม่ไหว
.
.
แห่ทีเป็นขบวนแล้วมีประทัดลอยมาเป็นระยะๆ บางทีระเบิดแรงจนสัญญานกันขโมยรถลั่นเลย
.

.
แต่ละบ้านเค้าก็จะเอาโต๊ะมาตั้ง (อันนี้คือร้านข้าวมันไก่ลิเวอร์พูล)
พอร่างทรงเดินผ่านแล้วเค้าก็จะมาอวยพรให้ แล้วแต่ละบ้าน
จากนั้นก็จะมีการจุดประทัด เพื่อให้เทพเจ้าตื่น บ้านไหนรวยหน่อยประทัดก็จะชุดใหญ่

.
นี่คือประทัดชุดใหญ่ ตกใจเหมือนกันเพราะปกติเห็นใช้ตอนไปเชงเม้ง
แต่นี่จงใจจุดใส่กันเลย แรงไม่แรงดูธงเอาเป็นรูหมดเลย
.

.
ยิ่งเป็นเทพที่สำคัญก็จะยิ่งจุดเยอะ อันนี้สุมไปสองสามอันแบบยืนดูกันนี่หูอื้อไปหมดเลย
แถมด้วยความซื่อบื้อ ชาวบ้านเค้ายืนโยนประทัดกันอยู่อีกฝาก ไอ้เราก็ดั้นมาอยู่ฝากที่เค้าโยนมาใส่ (เจริญมากๆตู...)

ตอนพระใหญ่นี่เค้าสุมไปห้าอันเลย แล้วเศษประทัดมันกระเด็นมาโดนขาเราเป็นรอยข่วนๆเต็มเลย
เลยต้องลี้ภัยไปหลบหลังซาเล้งใกล้ๆ
เสียดายไม่มีใครถ่ายได้เพราะมัวแต่วิ่งหลบประทัดกัน กร๊าก TwT
.
.
ลี้ภัยจากสนามรบมาเจอพิพิธภัณฑ์ไทยหัวตรงถนนกระบี่ แบบว่าแทบไม่มีคนเลย มีเด็กวิ่งเล่นอยู่ไม่กี่คน
ที่นี่สมัยก่อนเคยเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ใช้แล้ว
เลยทำเป็นพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับความเป็นมาของชาวจีนฮกเกี๊ยนที่อาศัยอยู่ในภูเก็ต
แบบว่าพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่ใครสนใจบ้านแบบชิโนโปรตุกีสละก็น่ามาดูที่นี่
เพราะตัวพิพิธภัณฑ์เองก็เป็นชิโนโปรตุกีสเลย
.

ข้างในเป็นแกลลอรี่รูปภาพถ่ายเมืองเก่าจัดแสดงอยู่เยอะมาก แล้วก็รูปแต่ละรูปนี่มีแต่สวยๆทั้งนั้น
(สองรูปนี้ไม่ใช่รูปเราถ่ายนะ เป็นรูปในแกลลอรี่)

.
อันนี้ห้องเทศกาลถือศีลกินผัก วันที่เราไปดูเค้าบอกแค่ออเดิร์ฟ วันสุดท้ายจะระเบิดระเบ้อกว่านี้ 5 เท่า
แถมจะมีพวกลุยไฟ อาบน้ำมันเดือด ปีนบันไดมีดอีก แค่คิดก็สยองแล้ว

.
อันนี้เป็นภาพถ่ายอีกแล้ว เมืองเก่าสวยดี รูปสุดท้ายจอยอยากมีส่วนร่วม 555

.
ใครแวะมาภูเก็ตแล้วชอบดูเมืองเก่า ดูรูปสวยๆก็แนะนำให้มาที่นี่เลย
.

.
เสร็จจากที่นี่ก็แวะไปเก็บตกถ่ายรูปSITEเพิ่มเติม เลยแวะไปดูสวนสัตว์มานิดนึงด้วย
แต่มันไม่ค่อยมีอะไรมาก ส่วนใหญ่จะมีน้องกวางซะเยอะ ได้ดูช้างโชว์ด้วยน่ารักดี ช้างขี่จักรยาน ฮ่าๆ
.
ก่อนจะไปสนามบินเลยพี่อู๋เลยพาไปฆ่าเวลาด้วยการบุกถิ่นชาวกิมจิ(เว่อร์ๆ แค่ตึกแถวย่านคนเกาหลีหน่ะ)
ร้านนี้ไม่มีชื่อ อยู่ตรงข้ามกับโลตัสที่หน้าตาคล้ายๆ J Avenue อ่ะ แบบว่าดูข้างนอกดูไม่ออกเลยว่าเป็นร้านอาหาร
เข้ามาเจอคุณป้าเป็นชาวเกาหลีแต้ๆ ตอนกินกันนี่ป้าแก่มีมายืนเช็คเรทติ้งแล้วก็แถมสาหร่ายพร้อมสอนวิธีกินอาหารเกาหลีให้ด้วย
ตอนไอ้หินกินผิดวิธี ป้าแกแทบจะกรี้ดเข้ามาตีมือ อาหารสั่งไปไม่กี่อย่างแต่ได้มาเป็นสิบจาน แบบว่ากินอิ่มไม่รู้จะอิ่มยังไง
.
หลังจากนั้นก็ฆ่าเวลาอีกรอบด้วยการวิ่งวนไปดูสะพานสารสินข้ามไปเขตพังงานิดนึง
ตอนแรกนึกว่าจะยาวๆ ที่ไหนได้สั้นนิดเดียว! แต่ถือว่าเที่ยวงวดนี้คุ้มจริงๆ วิ่งวุ่นทั่วเกาะเลย
แล้วก็นั่งเครื่องบินกลับมากรุงเทพตามระเบียบ ถึงตอนประมาณห้าทุ่ม
แต่กลับบ้านมาไม่ได้นอนนะ ทำงานต่อเพราะส่งวันจันทร์ อยากจะร้องกรี้ด TwT
.
ปล. ตอนนั่งรถเข้าสนามบิน เห็นคนใส่ชุดขาวยืนเป็นระยะๆตรงไหล่ทาง...สามสี่คน
แบบว่าไม่กล้าทัก จะคนรึเปล่าไม่รู้ หรือจะเป็นผีกินเจหว่า บรึ๋ย...
ปล2. ตอนกลับจากสุวรรณภูมิ เจอแว๊นซ์ห้าวปิดถนน แบบอยากด่ามากมาย กูต้องกลับบ้านทำงานต่อนะว้อย
จะนอนในรถก็รำคาญเสียงแว็นซ์อีก นั่งเชียร์รถบรรทุกข้างหน้าให้ฟิวส์ขาดเหยียบแม่งซักทีจริงๆ